Thailand Full Gospel Masscommunications
HOME
About us
รายการวิทยุ
รายการโทรทัศน์
บทเรียนทางไปรษณีย์
บทเรียนไอที
งานนัดพบ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ประสบการณ์ชีวิต
คำถามคำตอบ
บทความหนุนใจ
สาระน่ารู้
ภาพหนุนใจ
มุมของแจก
วันสำคัญ
Contact Us
Contact Us (E-mail)
Advanced Search
Christian Links
รายการออกอากาศ
มุมฟังเพลง
แสดงความคิดเห็น-รูป
word21.jpg
fridayban
เมื่อเขาเอาพระศพของพระเยซูไปฝังไว้ในอุโมงค์ในเย็นวันศุกร์ เช้าวันเสาร์บรรดาผู้นำทางศาสนาได้ไปยังจวนของปีลาตผู้สำเร็จราชการจากโรม ขอตราโรมันไปประทับไว้ที่ปากอุโมงค์เพื่อห้ามไม่ให้ใครเปิดหรือเคลื่อนย้ายพระศพ ผู้ใดบังอาจฝ่าฝืนมีโทษถึงตาย แล้วจัดทหารยามเฝ้าไว้อย่างแน่นหนา
เวลาใกล้รุ่งเช้าของวันอาทิตย์ มารีย์ชาวมักดาลากับมารีย์อีกคนหนึ่ง ได้ไปที่อุโมงค์ฝังพระศพของพระเยซู ในทันใดนั้นได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เนื่องจากทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้าลงมาจากสวรรค์ และเลื่อนหินที่ปิดปากอุโมงค์ออกแล้วนั่งบนก้อนหินนั้น มีรัศมีขาวเจิดจ้าเปล่งประกายออกจากใบหน้าของทูตสวรรค์องค์นั้นสว่างไสวประดุจแสงฟ้าแลบ และเสื้อผ้าของท่านก็ขาววาววับประหนึ่งสีขาวของหิมะ
easter2
บรรดายามรักษาการณ์เมื่อเห็นทูตสวรรค์ ก็ตัวสั่นงันงกด้วยความตกใจกลัวจนเป็นลมสิ้นสติไป แล้วทูตสวรรค์จึงกล่าวแก่ผู้หญิงเหล่านั้นว่า “อย่ากลัวเลย เรารู้แล้วว่าพวกเจ้าทั้งหลายมาหาพระเยซู พระองค์หาประทับอยู่ที่นี่ไม่ เพราะพระองค์ได้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมา ดังที่พระองค์ได้เคยตรัสไว้นั้นแล้ว จงมาตรวจดูที่ซึ่งเขาได้เคยวางพระศพของพระเยซูให้เห็นจริงเถิด แล้วจงรีบไปบอกแก่บรรดาสาวก (ผู้ที่เชื่อและติดตามพระเยซู) ของพระองค์ว่า บัดนี้พระองค์ได้ทรงฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว และกำลังเสด็จไปรอพบพวกเขาที่แคว้นกาลิลี พวกท่านจะได้เห็นพระองค์ที่นั่น จงจำถ้อยคำที่เราสั่งไว้นี้ให้ดี”
ในค่ำวันอาทิตย์นั้นเองขณะที่บรรดาพวกสาวก (ผู้ที่เชื่อและติดตามพระเยซู) กำลังเล่าเรื่องราวของพระเยซูอยู่นั้น พระเยซูได้ทรงสำแดงพระองค์แก่คนเหล่านั้น ทรงยืนอยู่ต่อหน้าคนทุกคน และอวยพระพรแก่พวกเขาว่า “จงอยู่เย็นเป็นสุขเถิด” ทุกคนต่างตกใจกลัวเป็นอย่างมาก เพราะคิดว่าพระองค์ทรงเป็นผี
พระเยซูจึงตรัสว่า “ไฉนพวกท่านจึงตกใจกันนัก ? ไยจึงสงสัยว่ามิใช่เรา ? จงดูมือของเราและดูเท้าของเรา และท่านจะรู้ว่าเป็นเราเอง จงคลำตัวเราให้แน่ใจเถิดว่าเรามิใช่ผี เพราะผีไม่มีตัวตนดังที่ท่านเห็นเราอยู่นี้ เมื่อพระองค์ตรัสดังนั้นแล้วก็ทรงยื่นพระหัตถ์ให้พวกเขาดูรอยตาปู และชี้ให้พวกเขาดูแผลที่พระบาทของพระองค์ เมื่อเห็นว่าสาวกเหล่านั้นลังเลใจกึ่งปลื้มปิติยินดี กึ่งสงสัย พระองค์จึงตรัสถามว่า พวกท่านมีอะไรกินบ้างหรือไม่ ? เขาก็เอาปลาย่างชิ้นหนึ่งมาถวายพระองค์ พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าเขาทั้งหลาย
หลังจากที่พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้ว พระองค์ได้ทรงใช้ชีวิตอยู่กับสาวกของพระองค์เป็นเวลา 40 วัน แล้วพระองค์จึงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ต่อหน้าเขาเหล่านั้น
นี่เป็นเหุตการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว การที่พระเยซูทรงชนะความตายโดยการฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมาในวันที่สาม ตามที่พระองค์ได้ทรงทำนายไว้ล่วงหน้านั้น จึงทำให้คำสอนของพระองค์มีหลัก และความเชื่อของผู้ที่เชื่อในพระองค์มีหลักด้วย ทำให้ทุกคนที่เชื่อในพระองค์มีความมั่นใจว่าเมื่อตายไปแล้ว สักวันหนึ่งก็จะได้ฟื้นขึ้นมาเช่นเดียวกันกับพระองค์เป็นรูปกายใหม่ที่ไม่ต้องตายอีก และจะมีชีวิตร่วมกับพระองค์บนแผ่นดินสวรรค์
แล้วรูปกายใหม่ที่เป็นขึ้นจะเป็นอย่างไร คุณเคยสงสัยไม๊ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความสงสัย ก็ไม่แปลก เพราะผู้คนในอดีตเขาก็สงสัยเหมือนกัน ซึ่งได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์
พระธรรม 1 โครินทร์ บทที่ 15 ข้อที่ 35-58 ว่าแต่มีบางคนจะถามว่า "คนตายจะเป็นขึ้นมาอย่างไรได้ เมื่อเขาเป็นขึ้นมาจะมีรูปกายเป็นอย่างไร" อาจารย์เปาโลก็ตอบคนเหล่านั้นที่สงสัยเป็นคำอุปมาเปรียบเทียบว่า
เมล็ดที่ท่านหว่านลงนั้น ถ้าไม่ตายเสียก่อนแล้วจะงอกขึ้นใหม่ไม่ได้... พระเจ้าทรงประทานรูปร่างต้นของเมล็ดนั้นตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบ และทรงประทานรูปร่างแก่เมล็ดพืชทุกพรรณตามชนิดของมัน
และสำหรับมนุษย์เอง ร่างกายสำหรับสวรรค์ก็มี และร่างกายสำหรับโลกก็มี แต่ว่าศักดิ์ศรีของร่างกายสำหรับสวรรค์ก็อย่างหนึ่ง และศักดิ์ศรีของร่างกายสำหรับโลกก็อย่างหนึ่ง
การซึ่งจะเป็นขึ้นมาจากความตายนั้นก็เหมือนกัน สิ่งที่หว่านลงนั้นเป็นของที่จะเน่าเปื่อย สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่นั้นก็จะไม่รู้จักเน่าเปื่อย
สิ่งที่หว่านลงนั้นไร้เกียรติ สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่ก็จะมีศักดิ์ศรี สิ่งที่หว่านลงนั้นอ่อนกำลัง สิ่งที่เป็นขึ้นมาใหม่ก็จะทรงอานุภาพ
ดูก่อนท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกแก่ท่าน คือว่าเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด ในชั่วขณะเดียว ในพริบตาเดียว เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย เพราะว่าจะมีเสียงแตร และคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากเน่าเปื่อย แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่ เพราะว่า สิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้ต้องสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย และสภาพมตะนี้ต้องสวมสภาพอมตะ เมื่อสิ่งซึ่งเน่าเปื่อยนี้ จะสวมซึ่งไม่เน่าเปื่อย และสภาพมตะนี้จะสวมสภาพอมตะ เมื่อนั้นตามซึ่งเขียนไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จว่า ความตายก็ถูกกลืนถึงปราชัยแล้ว
สาธุการแด่พระเจ้า ผู้ทรงประทานชัยชนะแก่เราทั้งหลาย โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา
<Previous
ข่าวประชาสัมพันธ์
งานนัดพบ
ประสบการณ์ชีวิต
คำถามคำตอบ
บทเรียนไอที-รูป
ติดต่อขอรับหนังสือฟรีที่นี่ -รูป
มุมของแจก
Word Racer
แต่งต้นคริสต์มาส
ค่าเงินและดอกเบื้ย
อากาศวันนี้
ราคาน้ำมัน
แผนที่
thangchiwit-map
 
สื่อมวลชนทางชีวิต (The way of life) 3131/55-58 ถนนสุขุมวิท ซอย 101/2 บางนา กรุงเทพฯ 10260
โทรศัพท์ 0-2361-1182, 0-2398-8331 โทรสาร 0-2398-8327